Why Jojoba Oil? (น้ำมันโจโจ้บา)

Why Jojoba Oil? (น้ำมันโจโจ้บา)

น้ำมันโจโจ้บาถูกสกัดจากเมล็ดของต้นโจโจ้บา(อ่านออกเสียงว่า โฮ-โฮ้-บา) ซึ่งมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Simmondsia chinensis, เป็นไม้พุ่มที่มีต้นกำเนิดดั้งเดิมจากทางตอนใต้ของแอริโซนา แคลิฟอร์เนียและทางตะวันตกเฉียงเหนือของเม็กซิโก น้ำมันโจโจ้บานี้ได้รับความสนใจเป็นอย่างมากเนื่องจากมันไม่ใช่แค่น้ำมันธรรมดาที่ให้ความชุ่มชื้นอย่างน้ำมันทั่วไป เพราะมีส่วนประกอบของไตรกลีเซอไรด์ที่เกิดจากกลีเซอรอลและกรดไขมันสามชนิด ตัวไตรกลีเซอไรด์นี้เป็นองค์ประกอบหลักของไขมันในร่างกายมนุษย์และสัตว์อื่นๆ รวมทั้งยังเป็นไขมันที่สำคัญในพืชด้วย ซึ่งจริงๆ แล้วมันเป็นขี้ผึ้งที่สกัดจากเมล็ดของพืชที่นำมาใช้เพื่อการรักษาบาดแผลของชาวพื้นเมืองแต่ดั้งเดิม ในไม่ช้าเมื่อความรู้นี้ได้ถูกเผยแพร่ออกไปมันจึงกลายเป็นส่วนประกอบยอดนิยมและถูกนำมาใช้ในอุตสาหกรรมด้านการดูแลผิวพรรณและเส้นผมไปทั่วโลก
โครงสร้างของขี้ผึ้งในตัวน้ำมันโจโจ้บาจะมีลักษณะใกล้เคียงกับโครงสร้างน้ำมันตามธรรมชาติในผิวของพวกเราซึ่งทำให้มันสามารถใช้ได้กับทุกสภาพผิวของคนเรา น้ำมันโจโจ้บาอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระและแร่ธาตุต่างๆ มากมาย เช่น สังกะสี ทองแดง ซีลีเนียม โครเมี่ยม ไอโอดีน วิตามินอีและวิตามินบี – คอมเพล็กซ์ มันมีคุณสมบัติเป็นเนื้อน้ำมันที่บางเบาและไม่มันจึงสามารถดูดซึมลงสู่ผิวได้อย่างรวดเร็วและทำให้ผิวชุ่มชื่นได้ดี
น้ำมันโจโจ้บาอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระและแร่ธาตุต่างๆ ซึ่งมีประโยชน์มากมาย ดังนี้ :

1) ให้ความชุ่มชื่นและการบำรุงแก่ผิวได้อย่างล้ำลึก: จากที่ได้กล่าวข้างต้นนอกจากน้ำมันโจโจ้บาจะมีน้ำหนักบางเบาและดูดซึมลงสู่ผิวได้อย่างรวดเร็วแล้ว ยังช่วยบำรุงผิวได้อย่างยาวนานหลังจากที่ทาลงไป เนื่องจากมันมีความใกล้เคียงกับความมันตามธรรมชาติของผิวพรรณเรา มันจึงทำหน้าที่เป็นเสมือนกำแพงกั้นและช่วยกักเก็บรักษาความชุ่มชื่นให้กับผิว

2) ช่วยลดสิว: เนื่องจากน้ำมันโจโจ้บามีลักษณะคล้ายน้ำมันตามธรรมชาติของผิวเรามาก มันจึงช่วยสร้างสมดุลของน้ำมันในผิวและลดปัญหาของรูขุมขนที่กว้างซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดสิว อีกทั้งยังช่วยลดรอยแผลที่เกิดจากสิว

3) ช่วยลดอาการไหม้จากแสงแดด: ถึงแม้ว่าปกติเราจะใช้ครีมกันแดดในการปกป้องผิวของเราจากรังสียูวีที่รุนแรงจากแสงแดดแล้วแต่เท่านั้นยังไม่เพียงพอ เราจำเป็นต้องให้ความชุ่มชื่นและบำรุงต่อสภาพผิวที่อาจจะแห้งและเกิดความเสียหายหลังจากที่โดนแสงแดดอยู่เป็นประจำ น้ำมันโจโจ้บานี้จะช่วยแก้ปัญหาเหล่านี้ได้เป็นอย่างดี เพราะไม่เพียงแต่มันช่วยให้ผิวมีความชุ่มชื่นขึ้นมา แต่มันมีคุณสมบัติช่วยต้านการอักเสบและช่วยลดรอยแดงหลังจากที่ผิวของคุณสัมผัสกับแสงแดดจนไหม้เกรียม

4) ช่วยฟื้นฟูริมฝีปากและชั้นหนังกำพร้า: น้ำมันโจโจ้บาสามารถใช้ได้ดีกับริมฝีปากที่แตกแห้งและบำรุงได้ลึกถึงชั้นหนังกำพร้า เพราะมันไม่เพียงแต่ทำให้ริมฝีปากมีความอ่อนนุ่ม มันยังช่วยรักษาให้ความชุ่มชื่นได้ลึกถึงชั้นหนังภายใน

5) ช่วยขจัดคราบเครื่องสำอาง: น้ำมันโจโจ้บามีสมบัติและทำงานได้ดีในการเป็นเครื่องกำจัดคราบเครื่องสำอางจากการแต่งหน้า เพราะมันไม่เพียงช่วยทำความสะอาดผิวหน้าของคุณได้อย่างอ่อนโยน แต่ยังช่วยบำรุงผิวให้เนียนนุ่มและมีสุขภาพดีขึ้น

6) ช่วยต่อต้านริ้วรอย :ด้วยองค์ประกอบที่มีวิตามินอีสูงของน้ำมันโจโจ้บาจึงทำให้มันมีคุณสมบัติเป็นสารที่สามารถต่อต้านริ้วรอยได้ดี ช่วยซ่อมแซมเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพและเพิ่มการสร้างเซลล์ใหม่ทำให้ผิวแลดูสุขภาพดีอ่อนเยาว์ อีกทั้งช่วยชะลอการเกิดริ้วรอยและอาการอื่นๆ ของสภาพผิวที่มีอายุมากขึ้น

7) ช่วยลดความหมองคล้ำ: น้ำมันโจโจ้บามีวิตามินอีที่สูงจึงช่วยลดรอยคล้ำของผิวได้ดี

8) ช่วยบำรุงเส้นผมได้ดี: ด้วยวิตามินและสารอาหารต่างๆ ที่มีอยู่ในน้ำมันโจโจ้บาทำให้มันเป็นครีมที่ดีสำหรับการบำรุงฟื้นฟูเส้นผม เนื่องจากเนื้อครีมมีความละเอียดจึงทำให้ไม่อุดตันรูขุมขนบนหนังศีรษะโดยช่วยรักษาระดับน้ำมันบนหนังศีรษะได้ดี นอกจากนี้ยังช่วยสร้างเส้นผมและถ้าใช้เป็นประจำจะช่วยบำรุงเส้นผมให้มีสุขภาพดีและส่องประกายสวยงาม

น้ำมันโจโจ้บาเป็นยาบำรุงตามธรรมชาติสำหรับผิวและเส้นผมที่ดี มันสามารถใช้แทนการทาน้ำมันมะพร้าวได้ เนื่องจากน้ำมันโจโจ้บาสามารถทำงานได้ดีกว่าน้ำมันมะพร้าว ดังนี้:

 – อายุการใช้งานยาวนาน: แท้ที่จริงแล้วน้ำมันโจโจ้บาไม่ใช่น้ำมันมันจึงมีอายุการเก็บรักษานานกว่าน้ำมันมะพร้าว

– เป็นสารทำความสะอาดผิว: จากที่ได้กล่าวมาข้างต้นน้ำมันโจโจ้บามีคุณสมบัติที่ไม่ทำให้เนื้อน้ำมันอุดตันรูขุมขนจึงเป็นน้ำมันทำความสะอาดที่ดีกว่าการใช้น้ำมันมะพร้าว

– เป็นตัวบำรุงผิวที่ดี: เนื่องจากน้ำมันมะพร้าวสามารถเปลี่ยนสถานะเป็นของแข็งได้ภายใต้อุณหภูมิที่ต่ำลงจึงสามารถทำให้แข็งตัวและอุดตันรูขุมขน แต่น้ำมันโจโจ้บามีสถานะเป็นของเหลวเสมอจึงไม่แข็งตัวบนรูขุมขนของเรา

– ช่วยลดบาดแผลจากการใช้มีดโกนหนวด: หากใช้น้ำมันโจโจ้บาก่อนการโกนหนวดจะช่วยลดการไหม้และการระคายเคืองที่เกิดจากการโกนหนวดได้

Why Jojoba Oil?

Why Jojoba Oil?

Jojoba Oil (pronounced as ho-ho-ba oil) is the natural extract derived from the seeds of jojoba plant. Scientifically known as Simmondsia chinensis, the shrub of jojoba has its home primarily in southern Arizona, southern California, and northwestern Mexico. Interestingly, Jojoba oil is not really an oil (as it contains very few triglycerides (an ester derived from glycerol and three fatty acids (from tri-and glyceride).Triglycerides are the main constituents of body fat in humans and other animals, as well as vegetable fat) ). It’s actually the wax extracted from the seeds of the plant which was initially derived to treat wounds and cuts by natives. Slowly, it’s uses became popular across the world and now it’s used everywhere in daily skin and hair care routine as an essential ingredient.

The wax structure of jojoba oil resembles very closely the structures of the natural oils of our skin which makes it suitable for all skin types. Jojoba oil is rich in antioxidants and various minerals like zinc, copper, selenium, chromium, and iodine. It is also very rich in vitamin E & B-complex. Jojoba oil is light in texture and non-greasy, therefore, it gets absorbs in skin faster and moisturizes it well.

Being full of antioxidants, nutrients and minerals, Jojoba oil has numerous benefits. We are sharing some of them here for you:

1) Super nourishing and hydrating: As said above, jojoba oil is light in texture it not only gets absorbed in skin faster but also last longer. As the jojoba oil is very close to skin’s natural sebum, it acts as a natural barrier and helps retain moisture locked in the skin thereby making it nourished and glowing.

2) Reduces acne: As jojoba oil resembles very closely to skin’s natural oil, it helps in balancing its secretion thereby reducing clogged pores which results in less acne. It not only helps on controlling acne breakouts, but also reduces the marks and blemishes caused by acne.

3) Helps reduce sunburn effects: Although we all use sunscreens to protect our skin from harsh UV rays, there’s always something we need to hydrate and treat our dry and damaged skin after sun exposure. Jojoba oil comes as best remedy as it not only moisturizes the skin gently but its anti-inflammatory properties helps reducing redness after skin giving your skin a great relief after sun.

4) Blessing for your lips and cuticles: Jojoba oil works great on chapped lips. It not just makes them soft but also heals them. It also works great as a cuticle oil and helps keep your cuticles soft.

5) Makeup Remover: Yes, you read it right. Jojoba oil works great as a makeup remover. It not just cleans away your makeup gently but also nourishes it making it smooth and healthy.

6) Anti-aging: High in vitamin E, jojoba oil acts as a great anti-aging agent. It repairs skin’s damaged cell and increases cell regeneration thereby making skin more healthy and younger looking. Higher levels of vitamin E also helps in delaying the appearance of fine lines and other signs of aging.

7) Reduces dark circles: As said above, jojoba oil being high in Vitamin E, helps reduces dark circles.

8) Great for hairs: Vitamins and other nutrients present in jojoba oil makes it a great conditioner for hairs. As it is light in texture, it doesn’t clog pores in scalp thereby helps to maintain oil levels in the scalp. It also enhances hair growth and if used regularly, improves the quality of hairs over a period of time making them healthier and shining.

Jojoba oil clearly is a great potion for skin and hairs both. It can easily replace coconut oil in a daily regime. Here are the ways jojoba oil can be better than coconut oil:

– Long lasting: As jojoba oil is not actually oil, its shelf life is longer than coconut oil.

– As a cleaning agent for skin: As mentioned above, jojoba oil doesn’t clog pores, it’s definitely a better cleanser than coconut oil.

– Moisturizer: As coconut oil turns solid below a certain temperature it can solidify and block pores but jojoba oil doesn’t solidify.

– Helps in razor burns: Jojoba oil, if used before shaving, can help reduce razor burns and irritation caused by shaving.